วังน้ำวน

. .. วังน้ำวนสายชลวนเชี่ยว เป็นเกลียวลึกลง (ฮัม)
เกลียวน้ำวนวนวิ่งดิ่งตรง ลึกลงทุกที (ฮัม)
สิ่งใดที่หลงในวงวน อับจนจะพ้นฤามี
สายชลเชี่ยววนนที เหลือที่จะดันสายชล
.
. .. วังน้ำวนแม้วนแรงเล่า ไม่เท่ารักวน (ฮัม)
วังรักวนวนด้วยเล่ห์กล วกวนล้นไป (ฮัม)
หากใจใครถลำรักตน รักพาใจวนหลงจนเวียนใจ
สุดปัญญาสุดหาทางไป ทุกข์ทนจนใจอยู่ในวังรักวน
.
. .. รักลึกล้นกลสวาท อาจจะก่อกรรมหัวใจให้มัวหม่น
เล่ห์ความรักวนเปรียบน้ำวน ใครถูกกลต้องหลง
.
“เพลงวังน้ำวน” ทำนอง–ครูเอื้อ สุนทรสนาน คำร้อง–ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ขับร้อง–คุณมัณฑนา โมรากุล จังหวะ-Waltz ความเร็วประมาณ 84 จังหวะ ต่อ นาที “บันทึกเสียง” ใน คีย์ Bb
.
“เส้นทางการเป็นนักร้อง” ของ คุณมัณฑนา โมรากุล น่าสนใจมากครับ
.
เริ่มจาก พ.ศ. 2472 “คุณมัณฑนา โมรากุล” อายุ 6 ขวบ เธอมีครูสอนขับร้องคนแรก คือ “มิสแมคแคน” ที่ โรงเรียนศึกษากุมารี จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้เธอมีโอกาสร้องเพลงครั้งแรกในโบสถ์คริสต์
.
การร้องเพลงในโบสถ์คริสต์นั้นเป็น “การขับร้องหมู่” ที่ต้องใช้ “เสียงร้องเต็มเสียง” เป็น “การขับร้องที่รื่นรมย์มีสีสัน” เพราะ “เป็นการขับร้องกับเครื่องดนตรี”
.
ในประเทศไทย “โบสถ์โปรเตสแตนท์” นิยมใช้ “เปียโน” ส่วน “โบสถ์คาทอลิก” นิยมใช้ “ออร์แกน” เริ่มจาก ออร์แกนที่ใช้ลมจากกำลังเท้า ต่อมาก็ใช้ออร์แกนไฟฟ้า ปัจจุบันหันมาใช้ “อิเล็คโทน” ที่มี เครื่องประกอบจังหวะในตัว เช่น กลองชนิดต่างๆ เบส ฉาบ เป็นต้น
.
นักขับร้องเพลงในโบสถ์ จะได้รับการสอน “ทฤษฎีดนตรี” และ “วิธีการขับร้องเพลง” จาก “ครูดนตรี” ผู้ทำหน้าที่ควบคุม และฝึกสอนการขับร้องสรรเสริญพระเจ้าในโบสถ์ จึงทำให้นักขับร้องเหล่านั้นร้องเพลงได้ถูกวิธี และถูกต้องตามโน้ต
.
นักขับร้องเพลงในโบสถ์คริสต์ที่ก้าวเข้าสู่การเป็นนักร้องอาชีพในประเทศไทย เช่น “คุณอัญชลี จงคดีกิจ” (เจ้าของเพลง หนึ่งเดียวคนนี้) “คุณนคร เวชสุภาพร” (หัวหน้าวงดนตรีแกรนด์เอ็กซ์) “วงดนตรีอินโนเซนต์” (เจ้าของ เพลงสอบตก) และที่กำลังมีชื่อเสียงในทุกวันนี้ คือ “คุณโต๋ - ศักดิ์สิทธิ เวชสุภาพร” นักร้อง – นักเปียโน (ลูกชายคุณนคร เวชสุภาพร)
.
พ.ศ. 2473 – 74 คุณมัณฑนา โมรากุล อายุ 7 – 8 ขวบ ก็ได้ “ครูคนที่ 2” คือ “ครูเจอ บุรานนท์” (แม่ คุณสุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต ที่มีลูกชายเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง คือ คุณทนงศักดิ์ ภักดีเทวา) ครูเจอ สอน “วิธีการเอื้อนเสียงยาว ๆ” และ “วิธีการเปล่งเสียงในการร้องเพลง”
.
พ.ศ. 2478 – 79 คุณมัณฑนา โมรากุล อายุ 12 - 13 ขวบ "ป้าอึ่ง" เพื่อนของมารดา พา คุณมัณฑนา โมรากุล ไปฝึกร้องเพลงกับ “ครูคนที่ 3” คือ “ครูเฟิม” (สกนธ์ มิตรานนท์) ครูเฟิม สอนการขับร้องเพลงไทยสากลให้คุณมัณฑนาจนเห็นว่าร้องได้แล้ว จึงแต่งเพลง "จันทร์แจ่มฟ้า" ให้ร้องเป็นเพลงแรก
.
พ.ศ. 2481 (อายุ 15 ปี ) คุณมัณฑนา โมรากุล เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการสมัครเล่นละครวิทยุกับ “คณะจารุกนก” ที่ทดสอบเธอด้วย “การร้องเพลง พร้อมทำท่าทางประกอบเพลง” จนได้เป็น “ตัวประกอบ” ใน “คณะจารุกนก”
.
ใน คณะละครจารุกนก มีนักดนตรีชื่อ "ครูพิมพ์ พวงนาค" (ครูคนที่ 4) สอนการร้องเพลงให้คุณมัณฑนา โดยดีดเปียโนให้ร้องตาม จนเห็นแววว่าร้องได้ดีแล้ว จึงแต่งเพลงให้ร้อง คือ “เพลงน้ำเหนือบ่า" ที่เจ้าของห้างแผ่นเสียง คือ “นาย ต. เง็กชวน” ยินดีซื้อเพลง แต่ไม่รับข้อแม้ของ ครูพิมพ์ พวงนาค ที่ว่า “ต้องให้ “คุณมัณฑนา โมรากุล เป็น ผู้ขับร้อง” แต่ภายหลังต้องจำใจยอมตามเงื่อนไขของครูพิมพ์ เพราะอยากได้ “เพลงน้ำเหนือบ่า"
.
หลังจากบันทึกเสียงแล้วใน พ.ศ. 2482 นาย ต. เง็กชวน ไม่ยอมนำ “เพลงน้ำเหนือบ่า” ออกจำหน่าย โดยกลัวว่า “จะไม่มีคนซื้อ เพราะนักร้องเป็นเด็กมาก และไม่มีชื่อเสียงเลย”
.
จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2485 ซึ่งเป็นปีที่น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ “แผ่นเสียงเพลงน้ำเหนือบ่า” ขายดีมาก ราคาแผ่นละ 2.50 บาท นาย ต. เง็กชวน จึงให้รางวัล ครูพิมพ์ พวงนาค 100 บาท
.
พ.ศ. 2483 (อายุ 17 ปี) “คุณมัณฑนา โมรากุล” มีโอกาสแสดงละครสำคัญ เรื่อง "แม่ค้าทุเรียน" ของ “ครูพจน์ จารุวณิช” เจ้าของ “คณะละครจารุกนก” ซึ่งเป็นช่วงที่มีทุเรียนออกมากตามฤดูกาล “ครูพิมพ์ พวงนาค” แต่งเพลง "ทุเรียนดีดี" ให้ คุณมัณฑนา นางเอกของเรื่องร้องออกอากาศ
.
ปรากฏว่าเป็นที่สนใจของคนทั่วไป รวมทั้ง “พันตรีวิลาศ โอสถานนท์” “อธิบดีกรมโฆษณาการ” ด้วย จึงให้ “จมื่นมานิตย์นเรศ” (บิดา คุณอดิศักดิ์ เศวตนันท์ สามี คุณสวลี ผกาพันธ์) หัวหน้ากองกระจายเสียง ไปติดต่อให้ คุณมัณฑนา มาร้องเพลงนี้ ในงานคล้ายวันประสูติ “พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา” ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ในสมัยรัชกาลที่ 8 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2483 เป็น “งานบอลล์” ที่มีการหาเงินบริจาค หารายได้เพื่อสมทบทุนซื้อปืนให้ทหาร
.
คืนนั้นได้เงินสมทบทุนจำนวนมาก “พันตรีวิลาศ โอสถานนท์” จึงขอตัวคุณมัณฑนา จาก “ครูผัน” (มารดา คุณมัณฑนา) ให้มาเป็น “นักร้องกรมโฆษณาการ” ในวันรุ่งขึ้น
.
“คุณมัณฑนา โมรากุล” จึงได้เป็น “นักร้องหญิงคนแรกของวงดนตรีกรมโฆษณาการ” ตั้งแต่ วันที่ 25 กรกฎาคม 2483 แต่เนื่องจากมีอายุเพียง 17 ปี บรรจุเป็นข้าราชการไม่ได้ ต้องบรรจุในตำแหน่งพนักงานวิสามัญ (ลูกจ้าง) เงินเดือน 30 บาท ซึ่งได้มากกว่าข้าราชการชั้นจัตวาที่ได้เงินเดือน 20 บาท (การเข้ารับราชการ ต้องอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์)
.
ระหว่าง พ.ศ. 2483 – 2494 ที่ “คุณมัณฑนา โมรากุล” เข้ามาเป็นนักร้องของ “วงดนตรีกรมโฆษณาการ” หรือ “วงดนตรีสุนทราภรณ์” “ครูเวส สุนทรจามร” (ครูคนที่ 5) สอนเรื่อง “การหยุดหายใจว่าควรจะเป็นช่วงไหน” และ “การลงเสียงควรจะเป็นช่วงไหน”
.
“ครูสริ ยงยุทธ” (ครูคนที่ 6 คนสุดท้าย) สอน “การขับร้องเพลงฝรั่ง” ให้ คุณมัณฑนา ทำให้ คุณมัณฑนา เป็นนักร้องหญิงของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ได้ร้องเพลงฝรั่งออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และในงานต่าง ๆ ด้วย
.
การจะเป็น “นักร้องคุณภาพ” นั้น ท่านผู้รู้บอกว่า จะต้องประกอบด้วย “แก้วเสียงดี มีพรสวรรค์ หมั่นศึกษาอบรม”
.
ข้อแรก คือ “แก้วเสียงดี” คุณสมบัติอันนี้ ได้มา “โดยธรรมชาติ” ยังไม่มีการสร้างสรรค์ได้โดย “ฝีมือมนุษย์”
.
ข้อสอง คือ “มีพรสวรรค์” คือ “การมีประสาทสัมผัสทางดนตรีที่ดี” คนเหล่านี้ “เมื่อรับเสียงเข้ามาทางหูแล้ว ก็สามารถถ่ายทอดเสียงออกทางปากได้ถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยนจากต้นเสียงที่เข้ามาทางหู”
.
ข้อสาม คือ “หมั่นศึกษาอบรม” ในสมัยก่อนที่ “การศึกษาในระบบ” ยังไม่มีหลักสูตรที่กว้างขวาง ใครอยากเป็น นักดนตรี นักร้อง ก็ต้องไปเสาะหาวิชาโดยการไปฝากตัวเป็นศิษย์กับ “ครูเพลงผู้มีความรู้ และประสบการณ์” ตามความเชื่อที่ว่า “ศิษย์ดีต้องมีครู”
.
ปัจจุบันใครอยากเป็น นักดนตรี นักร้อง ก็หาความรู้ได้จากสถาบันการศึกษาทุกระดับในประเทศไทย สอนโดย ครูดนตรี ครูขับร้อง ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก หรือ ถ้า มีเงิน มีวาสนา จะไปศึกษา วิชาดนตรี วิชาขับร้อง ใน ต่างประเทศก็มีมากมายหลายสาขาให้เลือก
.
“คุณมัณฑนา โมรากุล” มีคุณสมบัติครบทั้งสามประการที่กล่าวมา จึงก้าวสู่ “การเป็นนักร้องคุณภาพ” ได้อย่างดี
.
ย้อนมาถึง “เพลงวังน้ำวน” เพลงนี้นอกจาก “คุณมัณฑนา โมรากุล” ผู้เป็นต้นฉบับแล้ว ก็มีนักร้องนำไปบันทึกเสียงอีกหลายท่าน เช่น “คุณรุ่งฤดี แพ่งผ่องใส” นักร้องสุนทรภรณ์ยุคดาวรุ่งพรุ่งนี้ “คุณใหม่ เจริญปุระ” บันทึกเสียงเพื่อใช้ประกอบ “ละครเรื่องวังน้ำวน” ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ ช่อง 5 เมื่อ พ.ศ. 2535 “คุณศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์” บันทึกเสียง เมื่อ พ.ศ. 2542 ใน ชุด “แกรมมี่โกลด์สุนทราภรณ์” โอกาส “60 ปี วงดนตรีสุนทราภรณ์”
.
“เนื้อหาสาระ” ของ “เพลงวังน้ำวน” สอนมนุษย์ชายหญิงให้ระแวดระวัง ใน “กลกามแห่งความรัก”
.
เรื่องของ “ความรัก” ชายหญิงที่ยังไม่มีประสบการณ์รัก มักไม่เชื่อในสิ่งที่ “ผู้อาบน้ำร้อนมาก่อน” ชี้แนะตักเตือน คิดว่าเป็นแค่เรื่องขำๆ เช่น ในงานมงคลสมรส หากมีคนมาเย้าว่า “แล้วจะรู้ว่านรกมีจริง” คู่บ่าวสาวก็มักจะหัวร่อชอบใจ ด้วยในวันเวลานั้น “ทั้งคู่มั่นใจในรักอันท่วมท้นที่มีต่อกัน จนมองไม่ออกว่า นรกจะมาเยือนได้ฉันใด”
.
“สาวสวยระดับนางฟ้า” หลายคนเชื่อว่า “คนสวยมีระดับอย่างเธอมีหรือจะต้องงอนง้อเอาใจชาย มีแต่ชายเท่านั้นที่จะต้องคอยพะเน้าพะนองอนง้อเธอ และคนอย่างเธอถ้าชายใดได้เชยชมแล้ว มีหรือจะไม่หลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น”
.
“หนุ่มหล่อระดับเทพ” ทุกวันนี้ก็ไม่เบา “หลอกล่อพร่าผลาญสาวอย่างไร้ปราณี ไม่ยี่หระต่อความอาดูรสูญเสียของเธอ”
.
พ.ศ. 2522 ผมย้ายจากโคราชไปสอนที่โรงเรียนในเขตปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร
.
ชั่วโมงแรกของการสอนที่โรงเรียนใหม่ เมื่อไปถึงห้องเรียน ผมเห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่งนั่งพับเพียบกับพื้นระเบียงหน้าห้อง ก้มหน้าน้ำตารินแก้มต่อหน้าอาจารย์ฝ่ายปกครอง
.
ทราบจากนักเรียนในห้องว่า “เธอเป็นหัวหน้าห้อง” ผมรับทราบเพียงเท่านั้น ไม่ได้สอบถามถึงสาเหตุของการต้องออกไปพบฝ่ายปกครอง และสักพักเธอก็เข้าห้องเรียนตามปกติ ผมไม่ได้สอบถามรายละเอียดจากเธอแต่อย่างใด ด้วยว่าผมเป็นครูย้ายมาใหม่ยังไม่คุ้นเคยกับนักเรียน จึงเห็นว่ายังไม่สมควรจะถามเรื่องราวอันซับซ้อนจากนักเรียนคนใดคนหนึ่ง ครูฝ่ายปกครองท่านนั้นก็ไม่ได้บอกอะไรผม เพราะท่านกับผมยังไม่คุ้นพอจะปรึกษากันได้ อีกทั้งผมก็ไม่ใช่ “ครูประจำชั้น”
.
การมอบหมายของฝ่ายปกครอง ให้ครูชายที่มีจักรยานยนต์ช่วยสอดส่องดูแลนักเรียนเดินทางกลับบ้านตามถนนสายต่างๆหลังเลิกเรียน ทำให้ผมทราบเรื่องราวของนักเรียนคนนั้นโดยบังเอิญ
.
เย็นวันศุกร์ในสัปดาห์แรกของการเปิดเรียน ผมขี่จักยานยนต์เลียบริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณศาลากลางจังหวัด
.
แล้วผมก็ตกในภาวะ “เปิดตำราไม่ทัน” เมื่อเห็นลูกศิษย์สาวคนนั้นนั่งตักหนุ่มนักเรียนอาชีวะอยู่บนสันเขื่อน วงแขนหนุ่มกอดรัดเธอมาจากด้านหลัง สายตาเธอกระตุกเมื่อมองเห็นผม แต่กายยังคงนิ่งอยู่ในวงแขนหนุ่ม
.
ผมทำอะไรไม่ถูก จึงขี่จักรยานยนต์ผ่านไป แต่สมองคิดหนักว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ก็เกิดความคิดต่างๆขึ้นมาว่า “จะแก้ไขเรื่องนี้ด้วยตนเอง” หรือ “แจ้งครูประจำชั้น” หรือ “แจ้งฝ่ายปกครอง” แต่สุดท้ายก็ยังไม่ตัดสินใจไปทางใด เพราะยังมีเวลาให้คิดอีกสองวันเสาร์อาทิตย์
.
เช้าวันจันทร์ เธอไม่มาโรงเรียน ผมจึงไม่พูดเรื่องนี้กับใครทั้งสิ้น
.
สองสามวันต่อมา ครูประจำชั้นแจ้งให้ผมทราบว่า “เธอลาออกจากโรงเรียน” ผมโล่งอก แล้วเก็บเรื่องเธอกอดกับหนุ่มไว้โดยไม่เคยเล่าให้ใครฟังจนถึงวันนี้
.
แล้ว “ครูประจำชั้น” ก็ขยายความให้ทราบว่า “พ่อแม่ทอดทิ้งเธอให้อยู่กับยายเพียงสองคน ความเป็นอยู่ค่อนข้างขัดสน กำลังชอบพอกับนักเรียนอาชีวะข้างบ้าน ฝ่ายปกครองจึงเรียกมาเตือนดั่งที่เห็น”
.
สองเดือนต่อมา ผมไปรับโทรศัพท์ภายนอกที่ห้องธุรการ
.
“สวัสดีค่ะ อาจารย์ หนู......... นะคะ อาจารย์จำหนูได้ไหมคะ” เธอบอกชื่อเสียงเรียงนามเสร็จสรรพ พอผมบอกว่าจำได้ เธอก็บอกว่า
.
“อาจารย์ขา หนูทะเลาะกับแฟน หนูขอมาอยู่กับอาจารย์สักพักได้ไหมคะ” ถึงตรงนี้ หนุ่มโสดไก่อ่อนอย่างผมหัวหมุนติ้ว คิดหาทางออกด่วนจี๋ ยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไร เธอก็รุกกลับมาว่า
.
“อาจารย์เช่าบ้านอยู่คนเดียวมิใช่หรือคะ บ้านอาจารย์มีหลายห้องใช่มะ หนูขออยู่คนละห้องกับอาจารย์ละกัน อาจารย์จะได้สบายใจ ไม่ต้องกลัวปากชาวบ้าน” ถึงตอนนี้ผมนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงบอกเธอว่า
.
“ชาวบ้านคงไม่สำคัญเท่ากับนักเรียนโรงเรียนเราที่เรียนระดับชั้นเดียวกันกับเธอที่อยู่หน้าบ้านครูหรอก” ถึงตรงนี้เธอจึงล้มความตั้งใจที่จะมาอยู่กับผม
.
พ.ศ. 2527 ผมไปซื้อนมผงให้ลูกที่ตลาด เธอแต่งตัวสวยแต่งหน้าเข้มเข้ามาทัก ถามสารทุกข์สุกดิบได้ความว่า “เธอมีลูกกับหนุ่มอาชีวะคนนั้น ลูกสาวเธอเกิดปีเดียวกับลูกผม กลางวันเธอค้าขายเล็กๆน้อยๆ กลางคืนไปเป็นนักร้องคาเฟ่ รายได้พออยู่ได้ แต่บางครั้งก็ฝืดเคืองจากสามีที่ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง บางครั้งต้องให้ลูกกินน้ำข้าวแทนน้ำนมในบางคืน เพื่อรอเงินจากการร้องเพลงมาซื้อนมผงให้ลูกในตอนเช้า”
.
พ.ศ.2539 เธอมามอบตัวลูกสาวให้เป็นศิษย์ประจำชั้นผม ลูกสาวเธอที่ดื่มน้ำข้าวแทนน้ำนมในบางมื้อในวัยทารกมี “ร่างกายแข็งแรงดี” และเป็น “นักกีฬาโรงเรียน” ในเวลาต่อมา
.
เมื่อสนิทสนมกันดีแล้ว ลูกสาวเธอบอกผมว่า “หนูเอาชีวิตแม่เป็นบทเรียน หนูจะพยายามเรียนให้ดี” และเธอก็ทำได้ดังปากว่าทุกประการ นับเป็นศิษย์ที่ดีของผมคนหนึ่ง
.
พ.ศ. 2542 ผมพบเธอผู้เป็นแม่ที่ตลาด เธอบอกว่า “อาจารย์ขา ระยะนี้หนูค่อยสบายขึ้นหน่อย แฟนหนูติดคุกคดีค้ายาบ้า เงินทองหนูคล่องมือขึ้นหน่อย ไม่ต้องเจียดไปซื้อยาบ้าให้เสพ”
.
พ.ศ. 2547 ผมพบเธอที่ตลาดเป็นครั้งสุดท้าย เธอบอกผมอย่างยิ้มแย้มว่า “อาจารย์ขา ตอนนี้หนูสบายแล้ว แฟนหนูขนยาบ้าแล้วสู้ตำรวจเลยถูกยิงตาย หมดเวรหมดกรรมกันที”
.
เธอเล่าถึงลูกสาวว่า “ปีหน้าลูกหนูก็จะจบปริญญาแล้ว ลูกหนูดีจริงๆ ตั้งใจเรียน เรื่องผู้ชายไม่ยุ่งเลย เขาเห็นหนูลำบากกับพ่อเขามามาก เขาบอกหนูว่าจะพยายามเรียนให้จบไวๆ จะได้หางานทำแบ่งเบาภาระของแม่” แล้วเธอก็เล่าต่อไปอย่างมีความสุขว่า
.
“ลูกหนูเรียนเก่งนะคะอาจารย์ เป็นคนใฝ่ดีด้วย ไม่เหมือนหนูหรอกค่ะอาจารย์” แล้วเธอก็เสริมว่า
.
“ความจริงหนูก็เรียนเก่งนะ แต่หนูมันไม่ใฝ่ดี เลยต้องลำบากเสียนาน อย่างว่าละอาจารย์ เด็กกำพร้าพ่อแม่ อยู่กับยายที่แก่และยากจน มันก็เลยขาดกำลังใจจะใฝ่ดี” ผมฟังเธออย่างเห็นใจ แล้วเธอก็ทิ้งท้ายว่า
.
“แต่วันนี้ หนูเริ่มมีความสุขแล้วค่ะ มีความสุขจากลูกที่ดี ลูกที่เลี้ยงได้ดั่งใจ ลูกคือน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจที่ดีของหนูค่ะ” แล้วเธอก็ขอตัวไปขายของ
.
แม่ลูกคู่นี้เป็นศิษย์ผมทั้งคู่ เมื่อเห็นศิษย์มีสุข ผมก็สุขด้วย
.
แต่กว่า “ศิษย์ผู้แม่” จะพบ “ความสุขที่แท้จริง” เธอต้องใช้เวลากว่ายี่สิบปีเพื่อ “ถอนพิษแห่งรัก”
.
“รักลึกล้นกลสวาท อาจจะก่อกรรมหัวใจให้มัวหม่น
เล่ห์ความรักวนเปรียบน้ำวน ใครถูกกลต้องหลง”
.
แฟน ส. – วัฒนา จิตต์อำไพ
19 กรกฎาคม 2552
 
 
เอื้อเฟื้อโดย....แฟน ส.
 
 
หน้านี้มีผู้คลิกทั้งสิ้น 69 ครั้ง
 
ประวัติครูเพลง นักร้อง นักดนตรี รวมทั้งเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ปรากฎที่นี่ ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บได้ให้ความกรุณาส่งเข้ามาโดยตรงเพื่อเผยแพร่ ซึ่งทำด้วยเจตนาตรงกันเพื่อธำรงและเชิดชูเกียรติประวัติของผู้ที่รังสรรบทเพลงอันมีคุณค่า ข้อความที่ปรากฎอาจนำมาหรือคัดลอกมาจากหนังสือหรือสื่อต่าง ๆ โดยอาจมิได้บอกกล่าวท่านที่เป็นเจ้าของข้อความเหล่านี้... บ้านคนรักสุนทราภรณ์ได้คำนึงถึงความสำคัญนี้โดยได้ใส่แหล่งที่มาของบทความไว้เพื่อเป็นเกียรติและเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบแหล่งข้อมูลเพื่อค้นคว้าต่อไป ถ้าท่านเจ้าของบทความที่ปรากฎเห็นว่าไม่สมควรเผยแพร่ โปรดแจ้งให้เราทราบที่ websuntaraporn@gmail.com เพื่อเราจะทำการนำออกทันที....เรารักบทเพลงสุนทราภรณ์ เรารักทุกท่านที่รักบทเพลงสุนทราภรณ์...

บ้านคนรักสุนทราภรณ์ เว็บไซต์สำหรับคนรักบทเพลงสุนทราภรณ์ เปิดบริการตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2545
เว็บไซต์นี้ออกแบบสำหรับ Internet Explorer Version 6 ขึ้นไป หน้าจอกว้าง 800 พิกเซลขึ้นไป ขนาดตัวอักษร Medium